บทที่ 2 เหตุจากคืนนั้น
บทที่ 2
เหตุจากคืนนั้น
"ผู้หญิงไม่ให้เอาหรือว่าจับได้ว่าเขาไปอึ๊บคนอื่น ทำไมมึงถึงได้หน้า
ยุ่งมาเชียว"
เจษ หรือ เจษฎา รั้งแขนคนที่กำลังจะยกเครื่องดื่มที่มีน้ำสีอำพันขึ้นเมื่อเห็นว่าพออีกฝ่ายมาถึงก็ยกเอาๆราวกับเป็นน้ำเปล่า ถ้าขืนมันเมาเละขึ้นมาอีกเหมือนคืนนั้นได้เดือดร้อนกันทั้งก๊วนอีกแน่
หลังจากวันนั้นเข็มทิศก็เก็บตัวเงียบไม่ยอมออกมาพบปะผู้คนอ้างว่าป่วยนานจนผ่านเป็นสัปดาห์ ชายหนุ่มไปค้างที่อื่นแต่ไม่ใช่คอนโด...
จนกระทั่งผ่านมาเป็นเดือนแล้วเข็มทิศก็ยังหงุดหงิดงุ่นง่านไม่เลิกไม่มีใครเข้าหน้าติดเลยสักคน
เพราะอะไรนะเหรอ...มันถึงได้เป็นแบบนี้
ทุกคนที่สนิทต่างก็รู้คำตอบดี ว่าตั้งแต่ผ่านคืนนั้นมาเข็มทิศก็ไม่สามารถเสร็จกับใครได้อีกเลย สาวสวยรวมถึงหนุ่มหน้าหวานหลายต่อหลายรายถูกไล่ตะเพิดไปกลางคันโดยเจ้าตัวให้เหตุผลกับทุกคนไปว่าไม่มีอารมณ์ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงว่าคืนนั้นเขาโดนอะไรมาบ้าง ยกเว้น เจษฏา กับ นาวิน ที่เป็นเพื่อนสนิทเท่านั้น
คู่ขาที่เข้าหาจะหุ่นสวยเช้งวับหรือว่าใหม่แกะกล่องแค่ไหนก็ไม่อาจทำให้ลูกชายเข็มทิศตื่นขึ้นมาได้ กลายเป็นปัญหาระดับชาติของหนุ่มฮอตเลยทีเดียว จนตอนนี้เขาเลือกที่จะปฏิเสธทุกคนที่เข้ามาเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เรื่องน่าอายแบบนี้ใครเล่าจะอยากให้คนอื่นรู้
"เออ..นั่นสิวะมึงไปหงุดหงิดอะไรมาอีก หรือว่าโดนใครสอยตูดมาอีกวะ"
โมโหว่าถูกแย่งแก้วเหล้าไปแล้วแต่พอเพื่อนพูดจี้ใจดำเท่านั้นแหละ คนอารมณ์เสียสะสมมาเป็นเดือนก็ระเบิดลงกลางหัวไอ้คนที่พูดทันที
ป๊าบ!!
มือหนาตบไปตรงกบาลเพื่อนฉาดใหญ่อย่างไม่ออมแรง คนหัวร้อนหงุดหงิดที่เพื่อนล้อโดนจุดสำคัญ เรื่องนี้มันรบกวนใจเขาจนนอนไม่หลับมาเป็นเดือน เพื่อนเวรยังจะเอามาล้อเล่นอีก!
"กูชื่อเข็มทิศโว้ย หน้าตาแบบกูนี่มีแต่รุกเท่านั้นจะไปโดนไอ้เหี้ยที่ไหนมาสอยตูดได้วะสัส!พูดไม่คิด จะหงุดหงิดก็เพราะมีเพื่อนเหี้ยๆอย่างมึงนี่แหละ ไอ้หมาวิน!!"
เข็มทิศ หันไปแหวเพื่อนสีหน้าหงุดหงิดกลัวว่าคนอื่นจะมาได้ยินเรื่องน่าอับอาย ขาอีกข้างตั้งท่าจะยกขึ้นมายันยอดหน้าไอ้คนที่พูดไม่เข้าหูติดข้างฝาซะหน่อย แต่มันดันรู้ทันแอบไปหลบหลังเพื่อนอีกคนให้ไกลรัศมีขายาวๆของคนหัวร้อนที่ตอนนี้เป็นเหมือนไฟพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้วอดวาย
ไม่ใช่แค่เรื่องนกเขาไม่ขัน แต่มีอีกสิ่งที่สำคัญในชีวิตเขา นั่นคือ เรื่องของ พี่มาตา เข็มทิศกำลังหัวเสียที่ได้ข่าวมาว่าหญิงสาวที่ตนแอบหมายปอง เธอเป็นผู้หญิงสวยมีเสน่ห์พูดจาอ่อนหวาน เป็นลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ที่เขาเคยพบเจอในงานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัทวนารมย์ และเมื่อไม่กี่วันมานี่เองเขาได้ข่าวว่าเธอแอบไปกิ๊กกับรุ่นพี่ปีห้าคณะแพทย์ศาสตร์มหา'ลัยเดียวกันอีกยิ่งหัวร้อนไปใหญ่ พี่มาตาคนสวยดาวคณะบริหารธุรกิจคนที่เขาแอบจองและตั้งใจไว้ว่าคนนี้นี่แหละสมควรจะมาเป็นแม่ของลูกเขา ชายหนุ่มกำลังเริ่มขายขนมจีบอยากทะนุถนอมจึงยังไม่ยอมแตะต้องตัวเธอ แต่ที่ไหนได้กลับโดนใครก็ไม่รู้คาบไปแดกแม่งโคตรเจ็บใจ ชีวิตเขาช่วงนี้บอกเลยแม่งดิ่งลงเหวทุกเรื่อง!
คนหน้าตึงกระดกเหล้ารวดเดียวหมดแก้วพร้อมกับเสยผมลวกๆที่ปกหน้าก่อนจะดึงหนังยางมัดผมจากข้อมือออกมาผูกเป็นปมด้านหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าหล่อคมสันราวกับรูปปั้นกรีกที่ไม่ว่าใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองด้วยความหล่อปนสวยมีเสน่ห์เป็นที่สะดุดตาแต่โคตรดื้อ...
เข็มทิศไม่สนสายตาของโต๊ะรอบข้างที่มีทั้งหญิงและชายที่มองเขาด้วยแววตากรุ่มกริ่ม เวลานี้ทุกอย่างน่าเบื่อไปเสียหมดไม่คิดที่จะสานสัมพันธ์ต่อกับใครทั้งนั้น
"ถ้าอย่างนั้นหงุดหงิดมาอีหรอบนี้นะแสดงว่าเมื่อคืนน้ำไม่ออกชัวร์ ถูกไหม?" คนเฝ้ามองอาการเลิกคิ้วถามขึ้นด้วยความอยากรู้
เพื่อนทั้งสองประสานเสียงพูด หากเสียงเพลงในผับไม่ดังอึกทึกทุกคนคงได้ยินกันหมด เขาไม่ได้นัดผู้หญิงทำเรื่องอย่างว่านานแล้วเพราะเสียเวลาเปล่า แต่สิ่งที่เพื่อนถามมันยิ่งรู้สึกหงุดหงิดขึ้นเป็นทวีคูณ คราวนี้เหล้าที่อยู่ในแก้วมันไม่พอ จึงหันไปคว้าขวดมากระดกซะเลยจนเจษฏาห้ามไว้ไม่ทัน
"เฮ้ย พอๆ ใจเย็นๆเดี๋ยวก็ชิบหายเหมือนวันนั้นอีกหรอกมึง หรือว่าอยากได้ผัวเพิ่ม"
เพื่อนอีกคนพยายามรั้งเอาไว้อีกแรง แต่กว่าจะคว้าขวดออกจากมือได้เหล้าก็พร่องลงไปไม่น้อยจนคนดื่มหน้าแดงก่ำ
"มึงจะย้ำทำเพื่อ..."
"มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเปล่าวะ มึงอย่าไปเครียดมากเลยน่า ปล่อยๆไปเหอะวะถือว่าให้ทานหมามันไป มึงยังเสียบคนอื่นได้ให้คนอื่นเสียบกลับบ้างจะเป็นไรวะ”
แต่มันคือศึกแห่งศักดิ์ศรีไหมเหอะ เรื่องแบบนี้ใครบ้างจะยอมในเมื่อเขาเป็นฝ่ายรุกมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะรับ หล่อเท่ห์มีเสน่ห์ซะขนาดนี้ที่ผ่านมาสะสมแต้มไว้ก็คงสูญเปล่า
"ลองเป็นกูดูไหม มึงจะยังพูดจาโลกสวยแบบตอนนี้ได้อยู่หรือเปล่า" แค่อีกปรายตาจิกเจษฎาก็รีบตบปากตัวเองเป็นการลงโทษไม่ต้องรอให้เพื่อนสั่ง
"กูว่างั้นเอางี้ไหม มึงลองให้ใครก็ได้รุกดูสักครั้งเผื่อจะรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้าง" นาวินเสนอขึ้นมาบ้าง
"สมองมึงเนี่ยนะ"
"มึงต้องลอง..เชื่อกูดิ อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วที่มึงเป็นอยู่นี่มันเพราะอะไร"
"..............."
"บางทีมันอาจจะใช่ก็ได้นะโว้ย ของมันต้องลอง กูว่าที่มึงกำลังเป็นอยู่เพราะมึงใจจดจ่ออยู่แต่เรื่องคืนนั้น เลยทำให้มึงไม่มีอารมณ์ทุกครั้งที่ขึ้นเตียงกับคนอื่น"
"..........." มันก็อาจเป็นไปได้
เจษฎามองเพื่อนที่นั่งเป็นผู้ฟังที่ดี ในมือเข็มทิศมีขวดเหล้าที่ใกล้จะหมดเพราะอีกฝ่ายเอาแต่กระดกเพียวๆและเขาก็ขี้เกียจจะห้ามจึงปล่อยให้อีกฝ่ายดื่มอย่างเอาแต่ใจ จนใบหน้าหล่อร้ายแดงก่ำ ดวงตาคมฉ่ำเยิ้มแต่ให้ตายเถอะ! ก็เพราะอย่างนี้ไงเล่ายิ่งมันเมายิ่งดูน่ามอง ขนาดเขาที่เป็นเพื่อนยังใจสั่น นับประสาอะไรกับสายตาของคนทั่วไป คนหล่อหน้าดื้อยิ่งเมามันก็ยิ่งเร้าใจมีเสน่ห์เหลือล้นไม่แปลกหากจะมีใครจ้องจะสอยเพื่อนเขาลงมา
"แต่ถ้าลองแล้วไม่ใช่ ก็คงต้องปลงและปล่อยให้มันผ่านไป ลืมๆไปให้หมด ไม่อย่างนั้นมึงก็ก้าวผ่านมันไม่ได้สักที"
ทั้งเจษฏาและนาวินก็ได้เพียงพยายามปลอบโยน คนที่ชีวิตนี้มีแต่รุกกลับโดนใครไม่รู้มาสอยตูด หากเป็นตนก็คงรับไม่ได้เช่นกัน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเรื่องมันเกิดมาแล้วและแก้ไขอะไรไม่ได้ก็คงต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
ชีวิตมันต้องรู้จักมูฟออน
เข็มทิศนั่งคิดไปด้วยกระดกเครื่องดื่มไปด้วย สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ซีเรียส แต่สำหรับเขาที่เห็นว่าเรื่องเซ็กส์เป็นอาหารจานหลักจึงไม่สามารถก้าวผ่านจุดนั้นไปได้โดยง่าย บอกให้ปลงก็ปลงไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่สุดท้ายมันก็กลับมาคิดอยู่ดี ตั้งแต่คืนนั้นไม่เคยมีใครทำให้เสร็จได้เลย!! จะสวยหรือหล่อลากไส้หุ่นแซ่บปรอทแตกแค่ไหนก็ไม่อาจพาไปถึงจุดสุดยอดนั้นได้เลยสักคน
หล่อสร้างเรื่องอย่างเขาใครๆก็อยากเข้าหา และทุกครั้งก็ต้องปฏิเสธกลับไปทั้งที่ในใจก็อยากจะสานต่อความสัมพันธ์ แต่เพราะรู้ว่าตัวเองไปไม่รอดทุกทีไม่สามารถรุก และขณะเดียวกันก็ไม่มีอารมณ์รับทำให้ค้างเติ่งเขาเลยจำเป็นต้องตัดปัญหาโดยการไม่ไปต่อกับใครอีก ได้มือตัวเองช่วยจนมันขึ้นกล้ามไปแล้ว...
จนหมดขวดแรก พอเอื้อมมือจะไปคว้าขวดเหล้ามาอีกแต่ก็โดนเพื่อนพร้อมใจกันยกหนี
"พอได้แล้วมึงดื่มเยอะแล้วไอ้ทิศ!"
"ก็กูอยากเมาจะได้ไม่เครียด”
ยิ่งคิดยิ่งเครียด ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย มือก็จับขวดเหล้ากระดกไม่เลิก รู้ว่าเพราะไอ้น้ำสีอำพันในมือนี่แหละที่ทำชีวิตเขาพัง แต่อีกครั้งจะเป็นไรไป
"ไม่เครียดนะใช่ แต่ปะเดี๋ยวก็ได้ชิบหายกันอีก ก็รู้ว่ากินแล้วมึงจะเป็นยังไง ยังอยากจะแดกให้เมาเละอีกเหรอวะ"
ก็น่าจะรู้ว่าตัวเองกินเหล้าเมาทีไรก็ร่านทุกที แต่ทว่าพอเพื่อนพูดจบเท่านั้น ร่างสูงเพรียวก็โงนเงนลุกขึ้นจนคนที่บ่นอยู่ข้างๆหูต้องรีบลุกตามแล้วรีบพยุงเพื่อนเอาไว้ไม่อย่างนั้นคงกองลงไปกับพื้นไปแล้ว
"มึงจะไปไหน"
"ไปเอาน้ำออก” คนหล่อแต่หน้าโคตรดื้อเอ่ยบอกเพื่อนพร้อมกับกระตุกมุมปากนิดๆ
“สัส! กูเพิ่งพูดไปหยกๆ นี่มึงยังจะ...”
“เออ..กูปวดฉี่! พากูไปทีดิ"
ได้ยินดังนั้นทุกคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนเจษฎาจะเป็นคนอาสาพาคนเมาไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางเข็มทิศก็บ่นนู่นบ่นนี่ไปเรื่อยตามประสาคนเมา กระทั่งถึงที่หมายเข้าห้องน้ำไปแล้วก็ยังไม่หยุดพล่าม
"มีแต่เซ็กส์ห่วยแตก ไม่มีใครเก่งสักคนเลยสัสเอ้ย! มึงรู้ไหมไอ้เจษต้องให้กูอาศัยมือตัวเองตลอด มันจะไม่มีผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนบนโลกใบนี้ทำให้กูเสร็จได้อีกแล้วหรือไงวะ ห๊ะ มึงตอบกูทีดิ"
"เออ...อย่าบ่นเยอะรีบเข้าไป"
เจษฎาพยุงเพื่อนเข้าไปในห้องน้ำซึ่งโชคดีที่ห้องน้ำไม่มีใคร มีเพียงห้องเดียวที่มีคนร่างสูงเดินเข้าไปล่วงหน้าก่อนพวกเขาแค่ไม่กี่วินาที
"ไอ้เหี้ยนั่นมันไปหดหัวอยู่ที่ไหนวะ... อย่าให้กูรู้นะว่ามันเป็นใครกูจะจัดการมันให้ตายคาเตียงเลยแม่ง!"
คนเมาแล้วบ่นที่โดนไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ เข็มทิศมั่นใจและเชื่อว่าเรื่องในคืนนั้นนั่นแหละทำให้น้องชายเขาไม่ตื่นอีกเลย มันเป็นตอกย้ำด้วยความคิด
"เออมึงเก่งครับเพื่อน จะจัดการเขาหรือว่าให้เขาจัดมึงจมเตียงกันแน่ สภาพ!! รีบฉี่รีบออกมา ค่อยไปบ่นต่อข้างนอกได้ไหมวะ กูอายคนวุ้ย"
เจษฎากระซิบบอกเผื่อใครเข้ามาได้ยินมันพล่ามอีกไม่เลิก ตั้งแต่เดินมามันก็บ่นจนถึงห้องน้ำเขาก็อายคนจนแทบมุดดินหนีอยู่แล้ว ถ้าบ่นเบาๆจะไม่ว่าสักคำแต่นี่เรียกว่าแหกปากตะโกนบอกทุกคนมากกว่า นี่สินะ พอเหล้าเข้าปากความอายก็หายเกลี้ยง
และที่ห่วงก็คงเพราะไอ้ท่าทางโงนเงนอีกไม่นานหัวคงทิ่มลงชักโครกแน่ หากไม่รีบออกมาเสียก่อน
"เบื่อโว้ย!!"
หากไม่มีเซ็กส์ทุกอย่างบนโลกใบนี้มันก็โคตรจะน่าเบื่อที่สุด คนที่ไม่ได้ปลดปล่อยความอัดอั้นออกจากร่างยังคงบ่นไม่เลิก และโชคดีที่ว่าห้องน้ำตอนนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากคนที่เข้าไปก่อนหน้าพวกเขา เข็มทิศจึงไม่ได้ก่อความรำคาญให้คนอื่น เจษฏามองเพื่อนแล้วก็ขยี้หัวตัวเองอย่างไม่รู้จะช่วยมันยังไง พยายามช่วยตามหาก็แล้ว ถามคนรู้จักแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าคืนนั้นไอ้เข็มทิศหายไปกับใคร ส่วนเจ้าตัวเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยเพราะขนาดหน้าตาหรือแม้แต่ชื่อเขาก็ยังจำไม่ได้
จากหนุ่มฮอตเปลี่ยนหญิงชายไม่ซ้ำหน้าเรื่องอย่างว่าไม่เคยขาด! กลายเป็นว่าต้องใช้มือช่วยตัวเองตลอด จนขึ้นกล้าม!!
ครืดดดด
"ใครโทรมาตอนนี้วะ" คนที่กำลังยืนรอเพื่อนอยู่หน้าอ่างล้างมือพึมพำกับตัวเองพลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดู
เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้าเจษฎาก็แทบตาเหลือก
"ฉิบหาย คุณสร้อยโทรมา ไอ้เข็มทิศมึงจะใกล้เสร็จหรือยังวะ"
"มึงนี่ก็เร่งกูจังห๊ะ" คนที่ยืนตรงบ้างไม่ตรงบ้างหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อน
"ถ้ามึงเสร็จแล้วให้รอกูอยู่ในนี้อย่ากระแดะไปแรดที่ไหนล่ะ เดี๋ยวกูไปคุยกับคุณสร้อยแปบเดียว เดี๋ยวมา"
"เออ"
เมื่อคนเมารับปาก เจษฎาก็รีบวิ่งออกจากห้องน้ำออกไปทางลานจอดรถเพื่อไปรับสายคนเป็นมารดา ทิ้งให้คนเมาอยู่ในห้องน้ำไปก่อน หลังจากนั้นคนที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินโซซัดโซเซออกมาตรงอ่างล้างมือ
แกร๊ก!!
กึก!!
คนเมาขมวดคิ้วเมื่อเหลือบไปเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งที่สูงราวๆ185 เซนติเมตร จากที่เห็นคร่าวๆเป็นคนที่มีผมดำขลับตัดเข้าทรงไว้อย่างเรียบร้อยดูสะอาดสะอ้าน ผิดกับเขาที่มีผมยาวที่ลู่ลงมาจนถึงต้นคอ จากด้านข้างก็พอจะเดาได้ว่าเป็นคนที่หล่อมากแต่ก็หล่อน้อยกว่าเขาอยู่ดี ผู้ชายร่างสูงกำลังยืนอยู่ตรงอ่างล้างมือเช่นเดียวกัน ด้วยความมึนเมาทำให้มองเห็นไม่ค่อยชัดจึงทำให้เข็มทิศเดินตรงไปหาอีกฝ่ายใกล้ๆว่าเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักหรือเปล่า แต่ทว่ายังไม่ทันถึงตัวร่างสูงก็หมุนตัวกลับมา พอคนเมาที่แม้แต่จะยืนก็ยังโงนเงนถูกกระแทกไหล่เพียงนิดก็ทรงตัวไม่อยู่เสียหลัก และในจังหวะนั้นเองคนชนรีบตวัดแขนแข็งแรงโอบรอบคนจะล้มเอาไว้ได้ทันตามสัญชาตญาณ
"เป็นอะไรหรือเปล่า!" คนโอบกอดกระชับวงแขนถามเสียงนิ่ง ร่างที่ถูกกอดเอาไว้ไร้การทรงตัวถึงกับซบหน้าลงตรงอกแกร่ง
หอม...คนที่ไม่ได้สำนึกว่าตัวเองกำลังโดนชายแปลกหน้ากอดอยู่ ในหัวมีเพียงคำนี้เกิดผุดขึ้นมา กลิ่นน้ำหอมจากร่างสูงใหญ่เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยเหมือนเขาเคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน กลิ่นกายหอมแบบนี้มันคุ้นจมูกจนเขาต้องขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิดทั้งที่สติก็มีอยู่เพียงน้อยนิด มันให้ความหอมเซ็กซี่และอบอุ่นเจืออยู่ด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมีน้ำหอมกลิ่นนี้อยู่จริง
มันเป็นกลิ่นของ...ไอ้แมงดานั่น!!
เข็มทิศเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัด ทำไมกลิ่นน้ำหอมเหมือนไอ้บ้านั่น! กลิ่นนี้ไม่ผิดตัวแน่กลิ่นน้ำหอมที่ผสมกลิ่นกายที่ไม่เหมือนใคร วินาทีที่ได้สบประสานสายตากับเขาเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านร่างจนร้อนวาบไปทั้งตัว ดวงตาเฉี่ยวคมสะกดเขาไว้ราวกับต้องมนต์ ท่าทางเขาดูเหมือนจะสุภาพแต่แววตาโคตรจะแบดบอย! มันมีเสน่ห์และเต็มไปด้วยบางอย่างที่อยู่ในสายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้น
